• พุธ. เม.ย. 22nd, 2026

ขาของผมคือขาพระราชทาน! เปิดใจ “แว่น จักราวุธ” นักแต่งเพลงชื่อดัง

0 0
Read Time:7 Minute, 55 Second
 
ขาของผมคือขาพระราชทาน! เปิดใจ “แว่น จักราวุธ” นักแต่งเพลงชื่อดัง พ่อสละชีพเพื่อชาติ แต่พระเจ้าอยู่หัวไม่เคยทอดทิ้งครอบครัว  

รายการ ถามสุดซอยWeekend ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 22.40 น. ทางช่องเนชั่น ช่อง 22 ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม ศรราม เทพพิทักษ์” ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “แว่น จักราวุธ แสวงผล” นักแต่งเพลงชื่อดัง ผู้ที่ออกตัวว่ามีวันนี้ได้เพราะพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 9

เพลงดังๆ ที่แต่งที่เคยเป็นที่รู้จัก?
“ประมาณนี้หรือเปล่า เจ เจตริน อย่างนี้ไม่ยากหรอก คริสติน่า ทางเดินแห่งรัก ของแอม-ดา เพื่อเธอตลอดไป ฯลฯ”

ล่าสุดโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวถึงองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ มีส่วนเกี่ยวข้องยังไง?
“คือพี่เป็นลูกทหาร คุณพ่อเป็นทหารไปรบในสงครามปี 2514 และท่านเสียชีวิต องค์การนี้กลายเป็นองค์การที่ดูแลและโอบอุ้มครอบครัวของเรา ตอนนั้นอายุ 4 ขวบตอนที่สูญเสียคุณพ่อ พ่อไปรบตลอดเวลา เขามาบอกที่บ้านว่าพ่อเสียชีวิต ตอนนั้นยังเด็กภาพเลือนๆ แต่รู้ว่าตัดภาพจากตรงนั้นมีคนมายืนหน้าบ้าน แม่นั่งลงไปร้องไห้ แล้วทุกคนที่เป็นภรรยานายทหารก็มารวมกันที่บ้าน เราเห็นแม่ร้องไห้ ก็บอกแม่ว่าแม่อย่าร้องไห้ จำได้ว่าพูดอย่างนี้”

4 ขวบพี่รู้เรื่องแล้วเหรอ?
“รู้ว่าพ่อไม่อยู่แล้วล่ะ แต่ความเสียใจของเด็ก 4 ขวบ ตอนนั้นยังไม่มี”

เขามาบอกว่าคุณพ่อเสียชีวิตในสมรภูมิยังไง?
“วันนั้นเขาไม่ได้บอก และไม่รู้ด้วย รู้ว่าเสียชีวิตแน่ๆ มาทราบจากหัวหน้าคุณพ่อไม่กี่ปีนี้เอง ว่าตอนนั้นคุณพ่อรักลูกน้องมาก พ่อเป็นคนกล้า เวลาไปลาดตระเวณหลังแนวข้าศึกไม่มีหรอกที่นายทหารอยู่ข้างหน้า เมื่อไปข้างหน้าก็เป็นเป้าเลย และในหนึ่งนัด คุณพ่อเสียชีวิตเลย ในกองขบวนนั้นก็โกรธแค้นมาก ก็ยิงจนหมดทุกลูกที่เอาไป จนปืนมันร้อนจัด มือพอง ยิงเพื่อเอาร่างกลับมาให้ได้ เท่าที่ทราบมาถ้าจำไม่ผิด อีก 7 วันถึงเอาร่างมาได้ ยิงต่อสู้กันตรงนั้นแหละ”

พอสูญเสียคุณพ่อ ดำเนินชีวิตต่อยังไง?
“ก็ถามแม่นะว่าเราอยู่ที่นี่ต่อได้หรือเปล่า ทหารเขาไม่ไล่นะ แต่ที่ต้องออกจากที่นั่นเพราะทนเห็นทหารแต่งตัวออกไปทำงานตอนเช้ากลับมาตอนเย็นไม่ได้ ไม่มีบอกว่าสามียูไม่อยู่แล้ว ยูต้องออกจากห้องพักทหาร คิดว่าคงเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับทุกครอบครัว ตอนนั้นแม่เย็บผ้า ขายน้ำอัดลมนิดหน่อย เนื่องจากทำการค้าขายมาก่อนแต่งงาน และเรียนเย็บผ้ามา ตัดเสื้อผ้าเก่งมาก”

พี่เกือบสูญเสียขา เกิดจากยังไง?
“ตอนป.2 ป. 3 เราเป็นหนองที่ขา แม่บ่งหนองให้อย่างคนโบราณ มันเกิด 3 ครั้ง ทีนี้ติดเชื้อที่เรียกว่าวัณโรคในกระดูก อันนี้มาทราบทีหลังเมื่อโตขึ้น เพราะไปรับการรักษาเหมือนขาเฝือกโปลิโอสมัยก่อน แม่บอกว่าไม่จำเป็น ดูหดหู่ไปหน่อย ไม่อยากเห็นลูกดูเหมือนคนพิการ”

“เราก็กินยาบ้าง ไปนวดวัดโพธิ์บ้าง หรืออะไรดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้โดยไม่ต้องเจอมีดหมอ แต่เริ่มมีการพูดเรื่องการตัดขาแล้ว ตอนอยู่ม.3 ไปหาคุณหมอ มันไม่หายสักที ไปหาคุณหมอที่รพ.ทหารผ่านศึก  ถูกดัดขาถามว่าเจ็บมั้ย เราก็เจ็บๆ แล้วหมอก็หันไปบอกแม่ว่าคืนนี้งดน้ำงดอาหารเลย พรุ่งนี้เตรียมผ่าตัด ถ้าไม่ทำเตรียมตัดขาทิ้ง เลือกเอา เป็นหมอทหาร พูดเด็ดขาดไม่มีอ้อมแอ้ม เป็นคำสั่งด้วยว่าให้ทำ เพื่อนโทรไปถามที่บ้านว่าเราทำไมไม่ไปเรียน”

“ใช้เวลา 3 อาทิตย์ ถึงทราบว่าเป็นวัณโรคในกระดูก ตัดกระดูกชิ้นที่เสียออก เราก็ตกใจนะ ทำไมต้องผ่าเอวด้วย เอากระดูกจากเอวไปใส่ขา แล้วอีกสองวันผ่าตัดใหม่เพราะยังติดเชื้ออยู่ เป็นการผ่าตัดสามครั้ง อยู่รพ.สามอาทิตย์ ถ้าเราไปรพ.เอกชน หรือรพ.รัฐถ้าไม่มีอะไรเลย เชื่อว่าต้องจ่ายเงินสูงถึง 2 ล้าน เขารักษาอย่างดีที่สุด เวลาผ่านไปก็หาย ใช้ชีวิตได้เป็นปกติ”

ถึงได้เรียกขาตัวเองว่าเป็นขาพระราชทาน?
“ใช่ เราไปรพ. ทหารผ่านศึกตั้งแต่เด็ก ปัจจุบันพาคุณแม่ไปรักษาโรคต่างๆ ตามอายุท่าน แต่ว่าเราอ่านองค์การทหารผ่านศึกก็ไม่ได้สนใจอะไร รพ.ทหารผ่านศึก ข้างล่างที่ทำให้รู้สึกถึงขั้วหัวใจคือในพระบรมราชูปถัมภ์ ไปเปิดดูว่าคืออะไร คือในอุปถัมภ์ของพระเจ้าแผ่นดิน เราเป็นคนไม่ได้ดูอะไรเลย นายไม่ได้ดูอะไรเลยเหรอ ตอนเด็กๆ ครอบครัวไม่มีคุณพ่อ เราเรียนฟรี ต้องไปเอาใบฝ่ายการเงินโรงเรียนไปส่ง พอเข้าสถาปัตย์ จุฬาฯ ก็เอาไปยื่นให้เขา เขาก็ให้เงินกลับมา หรือเคลียร์กันด้วยวิธีต่างๆ จนจบมหาวิทยาลัย ก็ถือว่าสิ้นสุด ไม่ได้ดูแลต่อเพราะพาเรามาถึงฝั่งแทนพ่อของเรา”

องค์การทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ดูแลคุณแม่มั้ย?
“ทุกอย่าง ฟรีตลอด มีบางครั้งไปเข้าไอซียูตามอายุบ้าง และบ่อยครั้งต้องพาไปตรวจโน่นนี่ ตาหูจมูกตามปกติ ทุกอย่างต้องเสีย เรามีช่องพิเศษที่เดินไปยื่นบัตร ถือว่าเป็นครอบครัวทหารผ่านศึกชั้นที่ 1″

สิ่งไหนทำให้เรารู้สึกว่าเราเริ่มต้นสำนึกและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ท่าน?
“การมองย้อนกลับไป บรรทัดล่างที่ไม่เคยสนใจอ่าน นี่เราเป็นเด็กชายในพระบรมราชูปถัมภ์หรือเนี่ย ท่านเอื้อมมือมาช่วย”

พอเราทราบซึ้งพระมหากรุณาธิคุณพระองค์ท่าน ได้แสดงออกยังไงเรื่องเพลง?
“พี่เข้าแกรมมี่ ในใจในชีวิตคิดอยู่ 3 อย่าง ขอตอบแทนพระคุณโรงเรียน และมหาวิทยาลัยที่เรียนมา สองพาคุณแม่ไปเที่ยวอเมริกา (หัวเราะ) ข้อที่สามคือถวายราชวงศ์ อันนี้ยากนิดนึง พอเราอยู่ในตึกแกรมมี่ เบื้องต้นแต่งเพลงให้จุฬาฯ เพลงเพชรชมพู และแต่งเพลงถวายพระเทพฯ ชื่อเพลงเจ้าฟ้าของคนเดินดิน และจุดที่ปลื้มใจมากชิ้นนึงคือเพลงเสียงแห่งรักทรงพระเจริญ ทำถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 ตอนนั้นมูลนิธิ สวนประวัติศาสตร์ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ต้องการเพลงเพื่อเอาไปใช้ประกอบในงาน เราก็แต่งจากความคิดที่ว่าตอนนั้นท่านเสด็จหัวหิน มีครั้งนึงก่อนท่านกลับมาศิริราช มีคนไปสัมภาษณ์ชาวเขาว่ามาไง มารถกระบะ นั่งรถมา 9 ชม. เห็นในหลวงนานแค่ไหน 15 วินาที แล้วบอกว่าไม่มีอะไรที่คุ้มค่าไปกว่านี้อีกแล้ว ในฐานะคนแต่งเพลง คิดว่านี่เป็นเพลง เลยแต่งเพลงนี้ขึ้นมาเพื่อท่าน”

เพลงเสียงแห่งรักทรงพระเจริญ แต่งถวายในหลวง รัชกาลที่ 9 ปัจจุบันเป็นอย่างไร?
“ได้นำมาประกอบภาพและถวายกับรัชกาลที่ 10 เราทำได้ครบในเวลาอันสั้นเหมือนกันนะ”

ทั้งชีวิตคุณพ่อคุณแม่และตัวเรา ครั้งนึงได้ตอบแทนพระคุณพระองค์ท่าน ปัจจุบันพี่แว่นอยู่ที่บริษัท?
“พี่เป็นฟรีแลนซ์ ทำงานทุกอย่างที่เป็นเพลง ตัวเองมีค่ายเพลงเล็กๆ ชื่อลูกคนเล็ก พี่ทำงานมาตั้งแต่ปี 2532 ไม่มีอะไรไม่สนุกเลย แต่ก็เครียดนะ จะแต่งเพลงออกมาทำไงให้โดน ต้องทำในสิ่งที่เขารู้สึกได้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์”

ทำไมคนเรียนสถาปัตย์แต่งเพลงเก่ง ทั้งที่ไม่เกี่ยวดนตรี?
“เราเอาศาสตร์การเรียนศิลปะมาตั้งไว้ แล้วโจทย์ ขยับนิดเดียวก็เป็นเพลง ใครเป็นคนร้อง นักร้องเป็นยังไง ถ้าพูดเปรียบเทียบกัน เจ้าของบ้านอยากได้บ้านสไตล์ไหน มีคำคอมเมนต์ว่าไม่อยากเจอน้องชายตลอดชีวิต แต่อยู่บ้านเดียวกัน ทำยังไง ถ้าเราจะแต่งเพลงให้คนที่ไม่สมหวังในความรักอยากให้เขามีพลังใจก็เกิดเป็นทางเดินแห่งรักขึ้น ยังพอใจที่จะตามค้นหา ก็เป็นภาษาศาสตร์”

การแต่งเพลงเร็วหรือนาน ขึ้นอยู่กับอะไร?
“บางเพลงก็ใช้เวลาสั้นที่สุด 25 นาที ชื่อเพลงกลับไม่เช้าหรอกของเจตริน แล้วเพลงนึงใช้เวลาแต่งอยู่ปีนึง ชื่อเพลงร็อกกระทบไม้ ของพี่เอก ธเนศ อันนั้นที่ช้าไม่ใช่เพราะเรา ช้าเพราะพี่เอก (หัวเราะ) พี่จะมีสมุดทำงาน แกก็มาขอแก้อยู่นั่นแหละ จนเราบอกว่าพี่เอกเกินไปแล้วนะ (หัวเราะ)”

คิดยังไงกับการแต่งเพลงปัจจุบัน สมัยก่อนแต่งเพลงช่างประดิษฐ์ประดอยกันมาก แต่ปัจจุบันค่อนข้างง่าย แต่งง่าย ถ่ายมิวสิกกันง่าย ทำกันด้วยมือถือ 700 ล้านวิว คิดว่ายังไง?
“ตอนนั้นโปรดักชั่นวิดีโออย่างเดียวไม่เกี่ยวกับเพลง 5 แสน เอามาวางปั๊บ เซ็นแกร๊ก เมื่อก่อนมันไม่มีอะไรที่เอื้อให้จินตนาการเราไปสู่เพลงนั้นออกมาไปสู่เพลงนี้มีเสียงแบบนี้ ตอนนี้นายอยากได้อะไร อยากได้ในเวลาอันสั้น เข้าโปรแกรมอะไรสักอัน ปัจจุบันความเห็นของพี่ นายเก่งกันมากพวกเด็กๆ เครื่องช่วยอำนวยกันมาก เด็กสมัยนี้แต่งเพลงได้เก่งมาก เพลงก็มีแบบที่แปลกไปจากที่เราคิด มีลูกทุ่งอินดี้ ซึ่งเราไม่เคยได้ยิน ทำไมแต่งเหมือนแดนเซอร์ แต่เต้นสะบัด”

พี่แว่นแต่งได้มั้ย?
“เคยแต่ง ลองดู ไม่น่าจะยาก เพลงตรงๆ ไง ไม่ต้องเลี้ยวหักศอกอะไรเลย จะหนักข้อไปทางปูหนีบก็ทำได้ ขอให้เอ็นเตอร์เทนเถอะ แต่จะอยู่ติดตรึงใจได้นานแค่ไหน สมัยนี้มีให้เลือกเยอะเนอะ เป็นทะเลเพลง การที่ใครจะโผล่ออกมามีมือโผล่มาเต็มเลย แต่มือไหนจะถูกหยิบออกมาและเป็นร้อยล้านวิว เดี๋ยวนี้ร้อยล้านวิวกันน้อยลง ด้วยเป็นทะเลเพลงอย่างที่ว่า อย่างไรก็ตามการแต่งเพลงต้องใช้ความรู้สึก เดี๋ยวนี้ดูง่าย ยอดวิว ความฮิต บริษัทใหญ่กับเด็กถือมือถืออันนึงเท่ากัน อันนั้นลงทุนเป็นล้าน แต่อันนี้ลงทุนแต่งเพลงหน่อยนึง เด็กๆ ก็ทำให้บริษัทใหญ่สั่นๆ เหมือนกัน (หัวเราะ)”       

Happy
Happy
0 %
Sad
Sad
0 %
Excited
Excited
0 %
Sleepy
Sleepy
0 %
Angry
Angry
0 %
Surprise
Surprise
0 %

About The Author

You missed

Translate »